ปตท.-ปณท จับมือกระจายสินค้าชุมชนผ่านอี-คอมเมิร์ซ

ปตท.-ปณท จับมือกระจายสินค้าชุมชนผ่านอี-คอมเมิร์ซ ส่วน ปตท.เร่งขยายธุรกิจ Non-oil สร้างรายได้ ด้านราคาน้ำมันไทยยังไร้ข่าวดี แม้ราคาน้ำมันดิบลดลง 4 วันติด

ในวันนี้ (16 พ.ย.) บมจ.ปตท.จัดงานมอบรางวัลแก่ผู้โชคดีกับกิจกรรม “โชคสุดฟินกับบิลอเมซอน” และการจับมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท) ในการใช้ ปั๊ม ปตท.เป็นจุดกระจายสินค้าชุมชน จำหน่ายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ ช่วยเพิ่มรายได้ชุมชนทั้งสินค้าโอทอป สินค้าเกษตร และเป็นการดำเนินการให้ปั๊ม ปตท.เป็นศูนย์กลางชุมชนตามแนวคิด PTT Living Community.
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้มีการจัดตั้งเคาน์เตอร์ให้บริการไปรษณีย์ไทยในสถานีน้ำมันของ ปตท. 6 แห่ง เพื่อเป็นจุดรวบรวมและกระจายสินค้าชุมชนสินค้าจากโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข สินค้า OTOP และ SMEs รวมถึงผักและผลไม้ตามฤดูกาลที่จะสลับหมุนเวียนมาจำหน่ายให้ผู้ใช้บริการสถานีน้ำมัน ปตท.และผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทยร่วมกันอุดหนุนสินค้าจากผู้ผลิตหรือเกษตรกร รวมถึงการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ www.thailandpostmart.com ที่จะสามารถเลือกมารับสินค้าได้ ณ เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. ในอนาคตก็จะศึกษาร่วมกันในการขยายขอบข่ายการทำงานที่เพิ่มขึ้น
นายสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ การตลาดค้าปลีก ปตท. กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะลดลง 4 วันติดต่อกัน แต่ค่าการตลาดน้ำมันที่ผ่านมาค่อนข้างต่ำ โดยดีเซลได้ไม่ถึง 1.50 บาทต่อลิตร ที่ผ่านมาจึงตรึงราคาไม่มีการปรับขึ้น แต่หากราคาน้ำมันโลกลดลงต่อเนื่อง จนค่าการตลาดสูงขึ้นก็จะลดราคาโดยเร็ว
น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. กล่าวว่า ธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมันหรือNon-oil เริ่มมีสัดส่วนรายได้มากขึ้น ล่าสุดเป็นสัดส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจค้าปลีกร้อยละ 18 และตั้งเป้าหมายจะเพิ่มเป็นร้อยละ 30-35 ใน 5 ปีข้างหน้า โดยจะมีสินค้า Co-Brand เข้ามาร่วม 3-5 แบรนด์ต่อปี เช่น อาหาร สันธนาการ ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ ซึ่งขณะนี้ความนิยมการออกกำลังกายมากขึ้น ก็อาจจะเป็นแบรนด์ฟิตเนสหรืออื่น ๆ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปี 2560 ในธุรกิจน้ำมัน ปตท.ไม่รวมการค้าน้ำมันระหว่างประเทศ คาดมี EBIT หรือกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษี 12,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจ oil และ non-oil ซึ่งปัจจุบัน ปตท.มีปั๊มรวม 1,600 แห่ง ปีหน้าเปิดใหม่ 150 แห่ง แต่เมื่อรวมกับปั๊มที่หมดสัญญาร่วมมือกันเท่ากับปั๊มจะเพิ่มขึ้น 60-70 แห่ง ส่วนคาเฟ่อเมซอนปีนี้ในประเทศมี 1,900 สาขา ในต่างประเทศมี 130 สาขา อยู่ในญี่ปุ่น ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ ส่วนปี 2561 จะเปิดในต่างประเทศเพิ่มในโอมาน มาเลเซีย ซึ่งใน 5 ปีข้างหน้าคาเฟ่อเมซอนจะมีในประเทศ 2,900 สาขา และต่างประเทศ 500 แห่ง
ทั้งนี้ ปตท.เปิดดำเนินการร้านคาเฟ่ อเมซอนครบรอบ 15 ปี จึงจัดกิจกรรมแทนคำขอบคุณและเพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยมีผู้บริโภคจากทั่วประเทศร่วมส่งชิ้นส่วนมาร่วมสนุกกว่า 22 ล้านชิ้น จากลูกค้าที่ซื้อสินค้าในร้านคาเฟ่ อเมซอน ทุกสาขาที่ร่วมรายการมูลค่า 50 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ จะได้รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล 121 รางวัล รางวัลที่ 1 คือ รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C350 e Plug – in Hybrid มูลค่า 2,570,000 บาท โดย ปตท.ยังมอบชิ้นส่วนชิงโชคทั้งหมดให้กับสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) นำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของสมาคมต่อไป.-สำนักข่าวไทย